"ไห่หนาน"ยันรับยาง 4 แสนตัน กยท.หวังเคลียร์สต๊อกดันราคา
?เฉิน? โบรกเกอร์ ?ไชน่าไห่หนาน? โผล่อีก ดอดเจรจาลับผู้ว่าการยางฯ ยันยังรับซื้อยางสต๊อกเก่าพ่วงยางใหม่ตามสัญญา 4.08 แสนตัน?วีระศักดิ์?ผู้ว่าการ กยท.รับไม้เร่งส่งมอบ หวังปลดล็อกสต๊อกยางโลก ดันราคาขยับ ?อุทัย? เผยล่าสุดราคายางต่ำสุดรอบ 11 ปี จี้ ?พล.อ.ฉัตรชัย? แม่ทัพใหม่ก.เกษตรฯ เร่งมาตรการชดเชย 60 บาท/กก.ด้านนายกยางภาคอีสาน ชง กยท.ดันแบ่งปันผลประโยชน์เลียนแบบโมเดลอ้อย ชี้ ?รับเบอร์แบงก์?แท้งตั้งแต่ยังไม่เกิด
จากกรณีที่รัฐบาลได้ขายยางพาราในสต๊อก ให้กับ บริษัท ไชน่า ไห่หนาน รับเบอร์ อินดัสทรี กรุ๊ป จำกัด (บจก.) ผู้ทำธุรกิจยางธรรมชาติรายใหญ่สุดของจีน โดยได้แต่งตั้ง บจก.เอ็มทีเซ็นเตอร์เทรดในประเทศไทยเป็นนายหน้าและเจรจากับกับรัฐบาล รวมปริมาณทั้งสิ้น 4.08 แสนตัน
ล่าสุดนายจุ้งเชียง เฉิน อดีตผู้บริหารระดับสูง บจก.เอ็มที เซ็นเตอร์เทรด ในฐานะนายหน้าบริษัท ไชน่า ไห่หนาน รับเบอร์ อินดัสทรี กรุ๊ปฯ เปิดเผยกับ ?ฐานเศรษฐกิจ? ว่า ความจริงตนไม่ได้อยากยุ่งนัก เพราะเป็นหน้าที่ของนายซุนเคียว เรย์มอน ชาน กรรมการผู้จัดการคนใหม่ของเอ็มที เซ็นเตอร์เทรด ซึ่งเป็นชาวฮ่องกงที่ได้ซื้อกิจการ(เทกโอเวอร์)ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ช่วยดูแลอยู่ห่างๆ เพื่อให้การส่งมอบยางระหว่างรัฐบาลไทย กับไชน่า ไห่หนานฯสำเร็จลุล่วงเป็นไปด้วยดี แต่ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความล่าช้า จากรัฐบาลไทยมีการชะลอ ให้ส่งมอบเป็นระยะๆ เนื่องจากเกรงเกษตรกรจะได้รับผลกระทบราคายาง อีกทั้งปัญหาการส่งมอบมีเทคนิคยุ่งยากในเรื่องของการตรวจสอบยางแต่ละแผ่นที่ จะออกจากโกดังนั้นต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ที่จะลอกยางแต่ละแผ่นออกจากลูกเต๋า สำหรับราคายางแผ่นที่ซื้อไปมีทั้งราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 60 บาท และยางแท่ง กิโลกรัมราคา 40 กว่าบาท เป็นไปตามสภาพยางแต่ละโกดังไม่ได้กดราคาอย่างที่ถูกกล่าวหามาโดยตลอด จริงๆ แล้วอยากให้ไปดูสภาพยางที่โกดังเพื่อให้ความเป็นธรรมกับบริษัท?ที่ผ่านมาโดย เฉลี่ยแล้วราคารับซื้อยางราคาสูงสุด กิโลกรัมละ 60 บาทก็มี ราคาต่ำกว่าก็มี แต่โดยเฉลี่ยซื้อที่ราคา 50 บาทต่อกิโลกรัม?
ด้านนายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวถึง การส่งมอบยางให้คู่สัญญาโดยเร็วนั้น จะทำให้ปลดล็อกราคายางได้ เพราะเป็นปัญหาที่ทำให้คู่ค้าและเอกชนกดราคารับซื้อยางจากเกษตรกร ดังนั้นจะเร่งส่งมอบโดยเร็ว คาดว่าในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะส่งมอบได้ถึง 5 หมื่นตัน และต่อไปจะส่งให้ได้เดือนละ 3 หมื่นตันจนกว่าจะครบตามสัญญา หากเคลียร์สต๊อกนี้หมดแล้ว หวังราคายางจะขยับขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจโลก
สอดคล้องกับนายอำนาย ปะติเส ที่ปรึกษา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้รับผิดชอบบริหารยางทั้งระบบ กล่าวถึงสาเหตุที่ผ่านมามีการรับมอบยางล่าช้านั้น มีบางช่วงที่ราคายางกำลังขาขึ้น จึงสั่งให้ชะลอการส่งมอบ เพราะเกรงจะทำให้ราคายางตก จึงทำให้การส่งมอบเป็นไปด้วยล่าช้า
ส่วนประเด็นกรณีของบจก. เอ็มทีเซ็นเตอร์เทรด ในอดีตเคยเป็นคู่สัญญาขายข้าวรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย เป็นรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ เกรงบริษัทจะทิ้งสัญญาเหมือนการซื้อข้าวในอดีตหรือไม่นั้นเป็นคนละเรื่อง เดียวกัน เพราะการรับซื้อยางในสต๊อกรัฐบาล คู่สัญญาเป็นบจก.ไช่นา ไห่หนาน จากการตรวจสอบข้อมูลมีบริษัทตัวตน มีโรงงานและมีการทำธุรกิจการซื้อขายยางจริง ส่วนบจก.เอ็มที ฯ นั้น เป็นเพียงตัวแทนนายหน้าเท่านั้นไม่เกี่ยวกัน และเข้าใจว่าการที่ใช้บริษัท เอ็มทีฯ เป็นตัวแทนนายหน้า เพราะไว้ใจและมีความคุ้นเคยเป็นคนจีนด้วยกัน ประกอบกับนายเฉินพูดภาษาไทยได้ดี
แหล่งข่าว กยท. ที่ได้รับหน้าที่เจรจาการขายยางในสต๊อกให้กับรัฐบาลจีน กล่าวว่า ยางในสต๊อกเก็บไว้ประมาณ 3 ปีแล้ว คุณภาพยางค่อนข้างเสื่อมไปมาก หลังคาโกดังก็รั่ว ไม่แน่ใจว่าทำไมไม่รีบขาย ถเพราะขายแล้วขาดทุนครั้งเดียวจบ แต่ไม่ขายอ้างขาดทุน แต่ยังมีภาระค่าเช่า ค่าเบี้ยประกันภัย ค่าแรงงาน และอื่นๆ คุ้มหรือไม่ที่จะเก็บไว้ ถ้าซื้อมาขายไป ตามนโยบายและหลักการที่วางไว้ดี แต่การปฎิบัติสวนทางกัน เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่าสภาพยาง ไม่ต่างจากข้าวเน่าที่ต้องขายทิ้งเพื่อใช้ผลิตเอทานอลให้กับโรงงาน ดังนั้น กยท. จะไม่มีวันแทรกแซงโดยซื้อราคายางเก็บไว้เด็ดขาดขาด
?องค์การสวนยาง(อ.ส.ย.) ได้ลงนามเซ็นสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ยางกับไชน่าไห่หนานฯตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 จนถึงวันที่วันที่ 9 มิถุนายน 2558 ได้ส่งมอบไปแล้วเพียง 4 พันตัน แต่หลังจากที่ผู้ว่าฯ กยท. มาดำเนินการล่าสุดอยู่ระหว่างการส่งมอบอีก 2 หมื่นตัน ซึ่งจะเร่งให้บริษัทมาดำเนินการรับมอบ โดยในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะระบายสต๊อกออกไปให้ได้รวม 5 หมื่นตัน ซึ่งหลังผ่านไปครึ่งทางแล้วจะเป็นหน้าที่ของผู้ว่าการยางฯ คนใหม่ที่จะมาดำเนินการแทนผู้ว่าฯวีระศักดิ์ ที่จะครบวาระลงใน 120 วัน? อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 ทางไชน่า ไห่หนานฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ยาง โดยเป็นยางปี 2554-2555 เป็นยางในโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง รวมเป็น 2.08 แสนตัน แบ่งเป็น ยางแผ่นรมควันทุกประเภท จำนวน 1.76 แสนตัน และยางแท่ง STR 20 จำนวน 7.2 หมื่นตัน และเป็นยางในสต๊อกของโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง จำนวน 2 แสนตัน โดยแบ่งเป็น ยางแผ่นรมควัน ชั้น 3 จำนวน 1.5 แสนตัน และยางแท่ง STR 20 จำนวน 5 หมื่นตัน รวมทั้ง 2 โครงการ ยางที่รัฐบาลไทยจะต้องขายให้กับไชน่าไห่หนาน จำนวน 4.08 แสนตัน ทั้งนี้ราคายางแผ่นรมควันทุกประเภท ราคารับซื้อเอฟโอบีที่กิโลกรัมละ 63.56 บาท และยางแท่ง ราคารับซื้อเอฟโอบี ที่กิโลกรัมละ 55.50 บาท หากกรณียางไม่ได้มาตรฐานให้ใช้ราคาฐานเอฟโอบี กรุงเทพฯ กก.ละ 50.95 บาท ปรับลดราคายางคุณภาพไม่ดี ดังนี้ยางเสียรูปทรง ปรับลดราคา 0.28 บาท/กิโลกรัม ยางที่มีราสนิมและมีความชื้น ปรับลด ราคา 0.97 บาท/กก.ยางที่มีราสีขาวและมีความชื้นสูง ปรับลดราคา 4.48 บาท/กก. ราคาหน้าโกดังหักค่าใช้จ่ายในการส่งออก กิโลกรัมละ 3.30 บาท
ด้านนายธีระชัย แสนแก้ว นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยางภาคอีสาน กล่าวว่า ทางสมาคมมีสมาชิกกว่า 8 หมื่นคนในจังหวัดที่มีการปลูกยางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) จะให้เกษตรกรที่สนใจจะขายน้ำยางให้กับโรงงานยางแท่ง STR 20 จำนวน 3 แห่ง ที่ จังหวัดศรีสะเกษ อุดรธานี และนครพนม โดยจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)กัน หากมีเกษตรกรสนใจกันมาก จะใช้วิธีการจัดสรรโควตาอย่างยุติธรรม เพราะโครงการนี้นอกจากเกษตรกรจะมีที่ขายแล้ว ในช่วงปลายปี หลังปิดบัญชีแล้วในส่วนของโรงงานจะมีการแบ่งผลประโยชน์รายได้เหมือนโมเดล อ้อยและน้ำตาล ( เกษตรกรได้กิโลกรัมละ 7 บาท ขณะที่โรงงานของรัฐบาล จะได้กก.ละ 3 บาท )
แนวทางดังกล่าวจะเป็นการโครงการนำร่อง เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว หากใช้ได้ผล ทาง กยท.ยังมีโรงงานทางภาคใต้ จะใช้วิธีการดังกล่าวนี้เพื่อดึงราคายางทั้งระบบ จะเสนอเข้าบอร์ดที่ประชุม กยท.ในสัปดาห์หน้า หากบอร์ดอนุมัติ สามารถทำได้ทันที ส่วน ?รับเบอร์แบงก์? หรือธนาคารชาวสวนยาก ยากที่จะเกิดขึ้น เพราะทางธนาคารอื่นคงไม่ยอมให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะลูกค้าจะหายไปหมด ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกยางกว่า 6.6 แสนครัวเรือน
ขณะที่นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์ราคายางต่ำสุดในรอบ 11 ปี โดยราคายาง ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2558 ในส่วนของยางแผ่นดิบ ณ ตลาดกลางยางพาราอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แตะระดับ 45.31 บาท/กิโลกรัม และยางแผ่นรมควันที่ 47.09 บาท/กิโลกรัม ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลชดเชยส่วนต่างราคายางที่กิโลกรัมละ 60 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง ในพื้นที่ไม่เกิน 15 ไร่ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมีนาคม 2559 อยากฝากให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ได้เร่งรัดช่วยเหลือเกษตรกรให้ เร็วที่สุด
ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,083 วันที่ 30 ส.ค. ? 2 ก.ย. พ.ศ. 2558 ที่มา ฐานเศรษฐกิจ