ตอบ

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
ชื่อ:
อีเมล์:
หัวข้อ:
ไอค่อนข้อความ:

แนบไฟล์:
(Clear Attachment)
(แนบไฟล์เพิ่ม)
Restrictions: 4 per post, maximum total size 192KB, maximum individual size 128KB
Verification:
กรุณาพิมพ์ชื่อนี้ Rakayang เป็น???าษาไทย:

shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


สรุปหัวข้อ

ข้อความโดย: Rakayang.Com
« เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2015, 07:55:48 AM »

ทุเรียน-มังคุดมาแรง! พณ.หวั่น ยาง-ปาล์ม ถูกโค่น เหตุราคาตกต่ำ
วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2558

dur-manst height=400
กระทรวงพาณิชย์ หวั่น เกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์ม แห่เปลี่ยนพื้นที่เกษตร โค่นยางและ ปลูกทุเรียน-มังคุด แทน เนื่องจากขายได้ราคาดีกว่า
นางดวงกมล เจียมบุตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เกษตรกรในหลายพื้นที่โดยเฉพาะ ชาวสวนยางและสวนปาล์ม รวมถึงพื้นที่เกษตรอื่นๆ เริ่มปรับเปลี่ยนสวน หันมาปลูกทุเรียนและมังคุดแทน เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศสูงขึ้นทำให้ขายได้ราคาดี โดยมีพ่อค้าจากทั้งประเทศจีนและอาเซียน เข้ารับซื้อทุเรียนและมังคุดถึงหน้าสวน ทางกระพาณิชย์ จึงมีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เกษตร เพราะการปลูกผลไม้ประเภทใหม่ต้องใช้เวลา 4-5 ปี กว่าจะออกผล ซึ่งราคาทุเรียนและมังคุดใน4-5ปี ข้างหน้าอาจจะขายไม่ได้ราคาดีเท่าตอนนี้
ทั้งนี้ เมื่อ 3-4 ปีก่อนหน้านั้น ได้เกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันคือ เกษตรกรโค่นต้นทุเรียน-มังคุด เพื่อปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันแทน เนื่องจากมีราคาดีกว่า ทำให้สวนทุเรียน-มังคุดลดลง และส่งผลให้เมื่อปีที่ผ่านมายางพาราล้นตลาด จนชาวสวนยางขาดทุนไปหลายราย นอกจากนี้เหตุอุทกภัยเมื่อปี2554 ยิ่งทำให้สวนทุเรียน-มังคุดลดลงอย่างต่อเนื่อง จนผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงสวนทางกับราคายางพาราและปาล์มน้ำมันในปัจจุบัน
กระทรวงพาณิชย์ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับเกษตรกร เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีก ถึงแม้ว่าความต้องการผลไม้ในตลาดส่งออกมีมาก จนต้องมีการจัดหาพ่อค้าไปรับซื้อผลไม้ถึงหน้าสวน แต่การปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรนั้นต้องใช้เวลา และการตลาดในอนาคตที่ไม่แน่ไม่นอนว่าผู้บริโภคจะมีความต้องการสิ่งไหน มากกว่ากัน
 [size=78%] [/size]
 
ขอบคุณข้อมูลจาก?Dailynews